Category Archives: โรคและการป้องกัน

ความดันโลหิตสูงกับการ…ออกกำลังกาย

ความดันโลหิตสูงกับการ...ออกกำลังกาย

หากเป็นความกันโลหิตสูง ควรออกกำลังกายอย่างไร ควรออกกำลังกายแบบที่เรียกว่า แอโรบิค (Aerobic) ได้แก่ การเดินเร็ว ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หรือเต้นแอโรบิค ซึ่งจะเป็นการออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง ควรเน้นกิจกรรมที่มีการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในการเคลื่อนไหว และเป็นกิจกรรมที่ไม่หนักจนเกินไป เพราะอาจส่งผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ การออกกำลังกายควรจะอยู่ในระดับที่เบา ถึงระดับปานกลาง แต่ให้ใช้เวลาในการออกกำลังกายให้นานขึ้น กล่าวคือ ระยะเวลาในแต่ละครั้งของการออกกำลังกายควรจะอยู่ระหว่าง 30-60 นาที/ครั้ง ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ควรจะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือถ้าทำได้มากกว่านี้ก็จะให้ผลดีมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและต้องการที่จะออกกำลังกายอย่างเป็นกิจลักษณะ ควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกายและควรที่จะได้รับคำแนะนำถึงชนิดของการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลกังกาย ความหนักของการออกกำลังกาย ในผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง ควรปฏิบัติ 2 วิธี ดังนี้ ใช้อัตราการเต้นของหัวใจเป็นตัวกำหนดความหนัก โดยผู้ที่ออกกำลังกายจะต้องจับชีพจรเพื่อดู ว่าอัตราการเต้นของหัวใจในขณะพัก หรือขณะที่ไม่ได้ออกกำลังกายเท่ากับกี่ครั้งต่อนาที ภายหลังจากออกกำลังกาย ควรที่จะให้มีอัตราการเต้นของหัวใจ เร็วขึ้นจากขณะพักอีกประมาณ 30-40 ครั้ง/นาที เพื่อที่จะนำเกณฑ์นี้มาเพิ่ม หรือลดความหนักของกิจกรรมในการออกกำลังกายให้เหมาะสม ใช้การพูดคุยเป็นตัวกำหนดความหนัก กล่าวคือ ในขณะที่ออกกำลังกาย หากสามารถที่จะพูดคุย กับเพื่อนที่ร่วมออกกำลังกายได้ มีการหายใจที่เร็วขึ้น แรงขึ้น และรู้สึกเหนื่อยนิดๆ แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการพูดคุยระหว่างออกกำลังกาย ถ้าปฏิบัติได้ตามนี้ ถือว่าการออกกำลังกายที่ทำอยู่นั้นอยู่ในระดับที่พอดี ข้อควรระวัง ความดันโลหิตมากกว่า 180/110 ... Read More »

ความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูง คือภาวะที่แรงดันในหลอดเลือดแดงสูง หากไม่ได้รับการรักษา หรือปล่อยทิ้งไว้ในระยะยาวจะทำให้เกิดความเสียหายแก่อวัยวะหลายระบบในร่างกาย เมื่อไหร่จะบอกว่าเป็นความดันโลหิตสูง ค่าตัวบนเกิน 140 มิลลิเมตรปรอท ค่าตัวล่างเกิน 90 มิลลิเมตรปรอท หากปล่อยให้ความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มม.ปรอท ในระยะยาวจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ ดังนี้ 1.หลอดเลือดแดงแข็งตัว และตีบตัยในอวัยวะต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย เช่น หลอดเลือดแดงเลี้ยงหัวใจตีบตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีอาการเจ็บหน้าอก และหัวใจวายได้ หลอดเลือดแดงในสมองตีบตัน ทำให้สมองขาดเลือด เนื้อสมองตาย หรือเส้นเลือดในสมองแตกตาย เลือดออกในสมอง ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ หลอดเลือดแดงที่ไตตีบ ทำให้ไตเสื่อม และไตวายได้ หลอดเลือดแดงในตาแข็งและตีบ อาจมีเลือดออกที่จอภาพและประสาทตา ทำให้ตามัวหรือตาบอดได้ หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงแขนขาตีบตัน ทำให้มือเท้าขาดเลือดเป็นแผลเรื้อรัง หายยาก หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องอก และช่องท้องโป่งพอง และแตก ทำให้เสียชีวิตได้ทันที 2. หัวใจโต ทำให้การสูบฉีดเลือดของหัวใจอ่อนแรง เกิดภาวะน้ำท่วมปอด และเหนื่อยง่าย   ความดันโลหิตสูงทำไมต้องรักษา สาเหตุของความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูง ส่วนใหญ่ (กว่า 90%) ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ส่วนหนึ่งเกิดจากรรมพันธุ์ อีกส่วนหนึ่งเกิดจากอาหารและสิ่งแวดล้อม ... Read More »

เคล็ดลับ…สร้างสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง

เคล็ดลับ...สร้างสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง

…โรคหัวใจ เป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยไปเป็นจำนวนมากและที่สำคัญคือส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงาน อายุระหว่าง 35-65 ปี ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว จากสถิติของมูลนิธิโรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ รายงานว่า ทุกๆ 9 นาที มีคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด 1 ราย และเมื่อเปรียบเทียบย้อนหลังกลับไปพบว่า อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเพิ่มขึ้นมาก จากผู้ป่วย 100,000 คน มีอัตราการตาย 16 ราย แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 108 ราย จึงได้มีการรณรงค์ให้ความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร่วมกับการรักาทางการแพทย์และจากการศึกษาทำให้เราพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดโรคหัวใจแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม 1…ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ประกอบด้วย เพศ อายุ และพันธุกรรม โดยพบว่า เพศชาย จะมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายก่อนเพศหญิง 10 ปี เพศหญิง มีอัตราเสียชีวิตภายหลังการเกิดภาวะหัวใจวายร้อยละ 45 มากกว่าเพศชาย ซึ่งมีเพียงร้อยละ 25 เมื่ออายุมากกว่า 65 ปี อัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจะเพิ่มมากขึ้น อัตราการเกิดโรคจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ทุกๆอายุที่เพิ่มขึ้น 10 ปี ในขณะเดียวกันอัตราการตายก็จะสูงขึ้นเช่นกัน พันธุกรรมมีผลต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ พบว่าผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคหัวใจและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจของคุณจะเพิ่มมากขึ้น ... Read More »

โรคต่อมไทรอยด์ สาเหตุโรคต่อมไทรอยด์ อาการโรคต่อมไทรอยด์

โรคต่อมไทรอยด์ สาเหตุโรคต่อมไทรอยด์ อาการโรคต่อมไทรอยด์

เราคงจะได้ยินโรคเกี่ยวกับไทรอยด์กันมาบ้างแล้วซึ่งหลายๆ คนคงจะกลัวโรคไทรอยด์เป็นพิษ เพราะเป็นโรคที่ทำให้สุขภาพกายและใจของเราย่ำแย่ แต่นอกจากไทรอยด์เป็นพิษแล้ว ต่อมไทรอยด์ยังมีโรคและความผิดปกติอื่นๆ ที่เราจะต้องสนใจดูแล ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อที่ผลิตฮอร์โมนมาควบคุมระบบต่างๆ ในร่างกาย ดังนั้น หากว่าต่อมไทรอยด์ไม่ปกติร่างกายของเราก็จะทำงานไม่เป็นระบบได้ ซึ่งฮอร์โมนที่ต่อมไทรอยด์ผลิตนั้น ก็จะเป็นฮอร์โมนไทรอยด์ที่มีเป็นสารตัวหนึ่งที่อยู่ในไอโอดีนที่ใช้สำหรับ ควบคุมระบบการเผาผลาญอาหาร ของร่างกายของเรานั่นเอง ดังนั้น หากว่าการทำงานของต่อมฮอร์โมนมีปัญหา การเจริญเติบโตของร่างกาย และการเผาผลาญอาหารของร่างกายก็จะพลอยมีปัญหาไปด้วย ในอดีตเราคงจะได้ยินเรื่องของคนที่เป็นคอหอยพอกเพราะขาดสารไอโอดีน ซึ่งในปัจจุบันนั้นแทบจะพบให้เห็นน้อยมากสาเหตุหนึ่งอาจจะเกิดจากการรณรงค์ ให้รับประทานเกลือสมุทรหรือเกลือที่ผลิตจากน้ำทะเล ปลาทะเล ซึ่งมีไอโอดีนอยู่สูง ทำให้พื้นที่ที่อยู่ห่างไกลทะเลได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอ   ในปัจจุบันแม้ว่าเราจะไม่ค่อยได้ยินปัญหาเรื่องโรคคอหอยพอก แต่เราก็คงจะเคยได้ยินเรื่องโรคไทรอยด์มาบ้างซึ่งก็เกิดจาก 2 สาเหตุก็คือ ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ ต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ มักจะเกิดขึ้นในเด็กทารกแรกเกิด ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องท้องผูก และจะมีปัญหาเรื่องพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กอื่นๆ ตามมา หากว่าตรวจพบช้าก็จะทำให้เด็กมีอาการแคระแกร็นได้ อาการที่สังเกตได้ว่าเด็กมีอาการผิดปกติเนื่องจากต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่า ปกติก็คือ จะเซื่องซึม น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น ตาบวม เสียงแหบ ผมร่วงและมีอาการง่วงนอนที่ผิดปกติ ในกรณีที่ตรงกันกับกรณีแรก ก็คือ ต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ เราจะอยากอาหารมากขึ้น แต่ร่างกายกับเผาผลาญอาหารมากเกินไป ทำให้ไม่อ้วน หรืออาจจะผอมไปเลย นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หัวใจเต้นรัวเร็ว มือสั่น ซึ่งอาการทั้งหมดนี้เป็นอาการที่เรียกว่า ต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ โรคไทรอยด์นั้นปัจจุบันมีการแนะนำให้บำบัดโดยการฝังเข็ม โดยให้ฝั่งเข็มโดยใช้เส้นลำไส้ใหญ่ ... Read More »

อันตรายและโรคของ ′สังคมก้มหน้า′ที่คุณควรรู้ไว้ ?

อันตรายและโรคของ ′สังคมก้มหน้า′ที่คุณควรรู้ไว้ ?

อันที่จริงเรื่อง “เท็กซ์เนค” ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่พูดถึงกันมา 2-3 ปีแล้ว ที่ผมหยิบกลับมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งเป็นเพราะว่าตอนนี้มันกำลังกลายเป็น “โกลบอล ซินโดรม” คือออกอาการกันแพร่หลายไปทั่วโลก ตามการแพร่ระบาดของอุปกรณ์พกพาสารพัดตั้งแต่ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เรื่อยไปจนถึงอีบุ๊กรีดเดอร์ทั้งหลาย ก่อนหน้านี้อุปกรณ์เหล่านี้ถูกจำกัดการใช้งานด้วยการเชื่อมต่อแต่ตอนนี้ เมื่อสามารถเชื่อมต่อได้ทุกที่ทุกเวลาเนื้อหาที่มากับหน้าจอก็หลากหลายมาก ขึ้น ดึงดูดใจมากขึ้น ทั้งไลน์ ทั้งเกม ทั้งอีบุ๊กสารพัด สัดส่วนการใช้งานต่อวันก็เพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล ไปไหนมาไหนก็เจอแต่ผู้คนก้มหน้าลงหาจออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นบนรถไฟฟ้า รถประจำทาง ร้านอาหาร หนักๆ เข้าเดินไปไหนมาไหน ยังไปในลักษณะ “ก้มหน้า” จนผู้ใหญ่ท่านหนึ่งค่อนแคะให้เข้าหูว่าสังคมยุคนี้กลายเป็น “สังคมก้มหน้า” ไปแล้ว “เท็กซ์เนค” เป็นคำที่ นายแพทย์ดีน ฟิชแมน แพทย์กายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญด้านบำบัดอาการของกระดูกสันหลังชาวอเมริกัน คิดขึ้นเพื่อใช้เรียกกลุ่มอาการของโรคที่เกิดขึ้นจากการ “ก้มหน้า” บ่อยๆ ซ้ำๆ และนานเกินปกตินี้ อาการที่เกิดขึ้นมีตั้งแต่ การปวดกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ กล้ามเนื้อคอ ปวดศีรษะเรื้อรัง ปวดทุกวัน หนักเข้าก็อาจพาลไปถึงเกิดการอักเสบของข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนบน ซึ่งถือว่าสาหัสเลยทีเดียวครับ ที่น่ากังวลก็คือ การก้มหน้าในลักษณะนี้บ่อยๆ นานๆ จะส่งผลต่อบุคลิกท่าทาง และการเติบโตของร่างกายในเด็กและวัยรุ่นให้ออกมาบิดเบี้ยวโค้งงอจนต้องมาหาทางแก้กันยุ่งยากในภายหลัง ที่มาของโรคนี้คือการก้มนั่นแหละครับในทางการแพทย์เขาบอกว่าเพียงแค่การ ก้มศีรษะลงไปข้างหน้า ผิดจากท่าปกติตามธรรมชาติ (คือเมื่อหูของเราอยู่ในแนวเดียวกับไหล่) เพียงแค่นิ้วเดียว ... Read More »

แนวทางป้องกันโรคภูมิแพ้

แนวทางป้องกันโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้คืออะไร โรคภูมิแพ้ เป็นกลุ่มของโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายซึ่งเป็นระบบกลไกที่มีหน้าที่ป้องกันร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก  เช่น เชื้อโรคต่าง ๆ สารเคมี  ฝุ่น  พืช  ละอองเกสร  ขนสัตว์  เป็นต้น  มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเหล่านี้มากกว่าปกติหรือไวเกินกว่าปกติ  ทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้น  อาการแพ้นี้อาจเกิดกับอวัยวะต่าง ๆ เช่น  มีอาการจาม คัดจมูก มีน้ำมูก ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากการตอบสนองมากกว่าปกติของทางเดินหายใจส่วนบน  ตั้งแต่จมูกจนถึงหลอดลมส่วนต้น ที่เราเรียกว่าโรคแพ้อากาศ หรือหลอดลมมีอาการหดเกร็งตัวมากกว่าปกติทำให้เกิดเป็นโรคหอบหืดขึ้น  นอกจากนี้โรคภูมิแพ้ยังรวมไปถึงโรคลมพิษ  การแพ้อาหาร  การแพ้แมลงต่อย  การแพ้หรืออักเสบทางผิวหนังและการแพ้แบบเฉียบพลัน ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เราพบว่าอัตราการกระจายของโรคภูมิแพ้ที่สำคัญ ๆ โดยเฉพาะโรคหอบหืดและโรคแพ้อากาศมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก  ยกตัวอย่างเช่นในประเทศไทย  จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2533  พบอัตราการกระจายของโรคหอบหืดในเด็กนักเรียนในกรุงเทพฯมหานครเท่ากับร้อยละ 4.2  และอัตราการกระจายของโรคแพ้อากาศในเด็กกลุ่มเดียวกัน เท่ากับร้อยละ 20  จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2538 พบอัตราการกระจายของโรคหอบหืดเท่ากับร้อยละ 13 และโรคแพ้อากาศเท่ากับร้อยละ 40  คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 3 เท่าสำหรับโรคหอบหืดและ 2 เท่าสำหรับโรคแพ้อากาศ   ในประชากรผู้ใหญ่ถึงแม้ยังมีการศึกษาน้อยอยู่  แต่ก็เชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะดำเนินไปในทิศทางเดียวกันกับประชากรเด็กเช่นกัน   คงต้องยอมรับว่าโรคภูมิแพ้เป็นโรคเรื้อรังที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนอย่างมาก โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นได้อย่างไร ในปัจจุบันเรายังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้  ... Read More »

โรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรค (heat stroke)

โรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรค (heat stroke)

  โรคลมแดด  หรือ ฮีต สโตรก (Heat stroke) หมายถึง  สภาพที่ร่างกายมีปัญหาการอุดตันของการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงสมองอย่าง ฉับพลัน   โรคนี้เรียกเป็นภาษาไทย ว่า โรคลมแดด  ซึ่งจะมีอาการตั้งแต่เล็กน้อย จนถึงขั้นรุนแรง และเสียชีวิตได้  อาการของโรคลมแดด ได้แก่ เกิดมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศรีษะ ตัวร้อนจัด เพ้อ หรือหมดสติ  ชีพจรเต้นเร็ว ความดันเลือดลดลง ช็อก ผิวหนังแห้งและร้อน ระดับความรู้สึกตัวลดลง การทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว กระสับกระส่าย ส่งเสียงเอะอะโวยวาย  หมดสติ เกร็ง ชัก เป็นปฏิกิริยาเนื่องจากระบบหรือกลไกการทำงานของร่างกายหลังเมื่อได้รับความ ร้อน ร่างกายจะมีการปรับตัวโดยส่งน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ  เช่น สมอง ตับ และกล้ามเนื้อ เป็นต้น อาการที่สำคัญ ได้แก่ ทำให้ผิวหนังขาดเลือดและน้ำไปหล่อเลี้ยง จึงไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ เกิดภาวะขาดน้ำ สัญญาณสำคัญของโรคลมแดด คือ ไม่มีเหงื่อออก ตัวจะร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ กระหายน้ำมาก ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน คลื่นไส้ หายใจเร็ว ... Read More »

โรคสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder : ADHD) เป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่งที่พบได้ในเด็กวัยเรียน มีสาเหตุจากความบกพร่องของสารเคมีในสมองที่ใช้ในการควบคุมสมาธิ มักแสดงอาการในช่วงวัย 4-5 ขวบขึ้นไป อาการสามารถพบได้ทั้งปัญหาการเรียน เช่น ไม่มีสมาธิในการเรียน ทำงานไม่เสร็จ จดการบ้านไม่ทัน หรือปัญหาทางพฤติกรรม เช่น เล่นรุนแรงโลดโผน พูดแทรกผู้ใหญ่บ่อย ๆ หุนหันพันแล่น ทั้งนี้ผู้ใหญ่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่งหรือเป็นเด็กซนตาม วัย ซึ่งเมื่ออาการเหล่านี้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดเป็นปัญหาในหลาย ๆ ด้านต่อมาโดยเฉพาะปัญหาครอบครัวเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งส่งผลต่อการรักษาในระยะยาว โรคสมาธิสั้นคืออะไร • โรคสมาธิสั้น(Attention Deficit Hyperactivity Disorder : ADHD) เป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่งที่พบได้ในเด็กวัยเรียน มีสาเหตุจากความบกพร่องของสารเคมีในสมองที่ใช้ในการควบคุมสมาธิ มักแสดงอาการในช่วงวัย 4-5 ขวบขึ้นไป อาการสามารถพบได้ทั้งปัญหาการเรียน เช่น ไม่มีสมาธิในการเรียน ทำงานไม่เสร็จ จดการบ้านไม่ทัน หรือปัญหาทางพฤติกรรม เช่น เล่นรุนแรงโลดโผน พูดแทรกผู้ใหญ่บ่อย ๆ หุนหันพันแล่น ทั้งนี้ผู้ใหญ่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่งหรือเป็นเด็กซนตาม วัย ซึ่งเมื่ออาการเหล่านี้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดเป็นปัญหาในหลาย ๆ ด้านต่อมาโดยเฉพาะปัญหาครอบครัวเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งส่งผลต่อการรักษาในระยะยาว • โรคสมาธิสั้นไม่ใช่โรคใหม่แต่อย่างใด แต่ในปัจจุบันมีการพูดถึงโรคสมาธิสั้นมากขึ้นเนื่องจาก ... Read More »

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า

สาเหตุการเกิดฝ้า เกิดจากกระบวนการสร้างสีของเซลล์เม็ดสี (Melanocyte) ที่ผิดปกติ ทำให้เกิดเป็นรอยสีน้ำตาลบนผิวหนัง ปัจจัยที่ทำให้เกิด คือ รังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV) ที่อยู่ในแสงแดดฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ เมื่อเม็ดสีดำ (Melanin) สะสมมากขึ้นเป็นเวลานาน ทำให้เห็นเป็นแผ่นหรือเป็นวงสีน้ำตาลชัดเจน บริเวณที่มักจะเกิดฝ้ามาก็คือ โหนกแก้ม สันจมูก หน้าผาก กระ  ฝ้า (Melasma) สาเหตุการเกิดฝ้า เกิดจากกระบวนการสร้างสีของเซลล์เม็ดสี (Melanocyte) ที่ผิดปกติ ทำให้เกิดเป็นรอยสีน้ำตาลบนผิวหนัง ปัจจัยที่ทำให้เกิด คือ รังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV) ที่อยู่ในแสงแดดฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ เมื่อเม็ดสีดำ (Melanin) สะสมมากขึ้นเป็นเวลานาน ทำให้เห็นเป็นแผ่นหรือเป็นวงสีน้ำตาลชัดเจน บริเวณที่มักจะเกิดฝ้ามาก็คือ โหนกแก้ม สันจมูก หน้าผาก สาเหตุหนึ่งของการเกิดฝ้า คือ การใช้ยาบางตัวเช่น hormone ยาคุมกำเนิด, พันธุกรรม, สารบางอย่าง สารกระตุ้นการอักเสบความร้อนและแสงแดด การทายาหรือครีมกันแดดไม่สามารถป้องกันได้ 100% จึงอาจเป็นฝ้า กระ รอยเหี่ยวย่นหรือมะเร็งผิวหนังได้ ถ้าต้องอยู่กลางแสงแดดเป็นเวลานานๆ หรือบ่อยๆ โอกาสการเกิดฝ้า ในผู้หญิงจะมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากฮอร์โมนเพศหญิงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เซลล์เม็ดสีทำงานมากผิดปกติ ช่วงตั้งครรภ์หรือช่วงรับประทานยาคุมกำเนิด หรือการรับประทานฮอร์โมนช่วงวัยทอง การรักษาและดูแลฝ้า ... Read More »

มารู้จักกับโรค ALS กัน

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

จากกระแสตื่นตัวของกิจกรรม ICE Bucket Challenge ที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก บางคนมองเป็นเรื่องดี บางคนไม่เห็นด้วย ก็ว่ากันไป แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องเข้าใจคือโรค ALS เป็นโรคที่กล้ามเนื้ออ่อนแรงไปเรื่อยๆจนเสียชีวิต โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรค ALS ข้อมูลจาก ผศ.นพ.รุ่งนิรันดร์ ประดิษฐสุวรรณ สาขาวิชาอายุรศาสตร์ปัจฉิมวัย : http://www.thonburihospital.com/th/tip_detail.asp?id=22 โรคเอแอลเอส หรือโรค Amyotrophic lateral sclerosis (ALS/MND) เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้าม เนื้อ พยาธิสภาพของโรคเอแอลเอสอยู่ที่บริเวณแกนสมอง และไขสันหลัง ทำให้ผู้ป่วยมีกล้ามเนื้อแขนขา และลำตัวอ่อนแรง กลืนลำบาก และพูดไม่ชัด คำว่า “Amyotrophic” หมายถึง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ฝ่อลีบและเต้นพลิ้ว (fasciculation) ส่วนคำว่า “Lateral sclerosis” หมายถึงรอยโรคในทางเดินของกระแสประสาทซึ่งควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อในไขสันหลัง โรคเอแอลเอสพบน้อยมาก โดยพบได้เพียง 4 ถึง 6 ต่อประชากร 100,000 คน และโอกาสที่จะพบผู้ป่วยรายใหม่มีเพียง 1.5 ถึง 2.5 ต่อประชากร 100,000 คนต่อปี โรคนี้เป็นกับผู้ใหญ่วัยใดก็ได้ ... Read More »