Tag Archives: สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพ

อันตรายและโรคของ ′สังคมก้มหน้า′ที่คุณควรรู้ไว้ ?

อันตรายและโรคของ ′สังคมก้มหน้า′ที่คุณควรรู้ไว้ ?

อันที่จริงเรื่อง “เท็กซ์เนค” ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่พูดถึงกันมา 2-3 ปีแล้ว ที่ผมหยิบกลับมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งเป็นเพราะว่าตอนนี้มันกำลังกลายเป็น “โกลบอล ซินโดรม” คือออกอาการกันแพร่หลายไปทั่วโลก ตามการแพร่ระบาดของอุปกรณ์พกพาสารพัดตั้งแต่ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เรื่อยไปจนถึงอีบุ๊กรีดเดอร์ทั้งหลาย ก่อนหน้านี้อุปกรณ์เหล่านี้ถูกจำกัดการใช้งานด้วยการเชื่อมต่อแต่ตอนนี้ เมื่อสามารถเชื่อมต่อได้ทุกที่ทุกเวลาเนื้อหาที่มากับหน้าจอก็หลากหลายมาก ขึ้น ดึงดูดใจมากขึ้น ทั้งไลน์ ทั้งเกม ทั้งอีบุ๊กสารพัด สัดส่วนการใช้งานต่อวันก็เพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล ไปไหนมาไหนก็เจอแต่ผู้คนก้มหน้าลงหาจออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นบนรถไฟฟ้า รถประจำทาง ร้านอาหาร หนักๆ เข้าเดินไปไหนมาไหน ยังไปในลักษณะ “ก้มหน้า” จนผู้ใหญ่ท่านหนึ่งค่อนแคะให้เข้าหูว่าสังคมยุคนี้กลายเป็น “สังคมก้มหน้า” ไปแล้ว “เท็กซ์เนค” เป็นคำที่ นายแพทย์ดีน ฟิชแมน แพทย์กายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญด้านบำบัดอาการของกระดูกสันหลังชาวอเมริกัน คิดขึ้นเพื่อใช้เรียกกลุ่มอาการของโรคที่เกิดขึ้นจากการ “ก้มหน้า” บ่อยๆ ซ้ำๆ และนานเกินปกตินี้ อาการที่เกิดขึ้นมีตั้งแต่ การปวดกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ กล้ามเนื้อคอ ปวดศีรษะเรื้อรัง ปวดทุกวัน หนักเข้าก็อาจพาลไปถึงเกิดการอักเสบของข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนบน ซึ่งถือว่าสาหัสเลยทีเดียวครับ ที่น่ากังวลก็คือ การก้มหน้าในลักษณะนี้บ่อยๆ นานๆ จะส่งผลต่อบุคลิกท่าทาง และการเติบโตของร่างกายในเด็กและวัยรุ่นให้ออกมาบิดเบี้ยวโค้งงอจนต้องมาหาทางแก้กันยุ่งยากในภายหลัง ที่มาของโรคนี้คือการก้มนั่นแหละครับในทางการแพทย์เขาบอกว่าเพียงแค่การ ก้มศีรษะลงไปข้างหน้า ผิดจากท่าปกติตามธรรมชาติ (คือเมื่อหูของเราอยู่ในแนวเดียวกับไหล่) เพียงแค่นิ้วเดียว ... Read More »

แนวทางป้องกันโรคภูมิแพ้

แนวทางป้องกันโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้คืออะไร โรคภูมิแพ้ เป็นกลุ่มของโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายซึ่งเป็นระบบกลไกที่มีหน้าที่ป้องกันร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก  เช่น เชื้อโรคต่าง ๆ สารเคมี  ฝุ่น  พืช  ละอองเกสร  ขนสัตว์  เป็นต้น  มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเหล่านี้มากกว่าปกติหรือไวเกินกว่าปกติ  ทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้น  อาการแพ้นี้อาจเกิดกับอวัยวะต่าง ๆ เช่น  มีอาการจาม คัดจมูก มีน้ำมูก ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากการตอบสนองมากกว่าปกติของทางเดินหายใจส่วนบน  ตั้งแต่จมูกจนถึงหลอดลมส่วนต้น ที่เราเรียกว่าโรคแพ้อากาศ หรือหลอดลมมีอาการหดเกร็งตัวมากกว่าปกติทำให้เกิดเป็นโรคหอบหืดขึ้น  นอกจากนี้โรคภูมิแพ้ยังรวมไปถึงโรคลมพิษ  การแพ้อาหาร  การแพ้แมลงต่อย  การแพ้หรืออักเสบทางผิวหนังและการแพ้แบบเฉียบพลัน ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เราพบว่าอัตราการกระจายของโรคภูมิแพ้ที่สำคัญ ๆ โดยเฉพาะโรคหอบหืดและโรคแพ้อากาศมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก  ยกตัวอย่างเช่นในประเทศไทย  จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2533  พบอัตราการกระจายของโรคหอบหืดในเด็กนักเรียนในกรุงเทพฯมหานครเท่ากับร้อยละ 4.2  และอัตราการกระจายของโรคแพ้อากาศในเด็กกลุ่มเดียวกัน เท่ากับร้อยละ 20  จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2538 พบอัตราการกระจายของโรคหอบหืดเท่ากับร้อยละ 13 และโรคแพ้อากาศเท่ากับร้อยละ 40  คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 3 เท่าสำหรับโรคหอบหืดและ 2 เท่าสำหรับโรคแพ้อากาศ   ในประชากรผู้ใหญ่ถึงแม้ยังมีการศึกษาน้อยอยู่  แต่ก็เชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะดำเนินไปในทิศทางเดียวกันกับประชากรเด็กเช่นกัน   คงต้องยอมรับว่าโรคภูมิแพ้เป็นโรคเรื้อรังที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนอย่างมาก โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นได้อย่างไร ในปัจจุบันเรายังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้  ... Read More »

โรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรค (heat stroke)

โรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรค (heat stroke)

  โรคลมแดด  หรือ ฮีต สโตรก (Heat stroke) หมายถึง  สภาพที่ร่างกายมีปัญหาการอุดตันของการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงสมองอย่าง ฉับพลัน   โรคนี้เรียกเป็นภาษาไทย ว่า โรคลมแดด  ซึ่งจะมีอาการตั้งแต่เล็กน้อย จนถึงขั้นรุนแรง และเสียชีวิตได้  อาการของโรคลมแดด ได้แก่ เกิดมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศรีษะ ตัวร้อนจัด เพ้อ หรือหมดสติ  ชีพจรเต้นเร็ว ความดันเลือดลดลง ช็อก ผิวหนังแห้งและร้อน ระดับความรู้สึกตัวลดลง การทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว กระสับกระส่าย ส่งเสียงเอะอะโวยวาย  หมดสติ เกร็ง ชัก เป็นปฏิกิริยาเนื่องจากระบบหรือกลไกการทำงานของร่างกายหลังเมื่อได้รับความ ร้อน ร่างกายจะมีการปรับตัวโดยส่งน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ  เช่น สมอง ตับ และกล้ามเนื้อ เป็นต้น อาการที่สำคัญ ได้แก่ ทำให้ผิวหนังขาดเลือดและน้ำไปหล่อเลี้ยง จึงไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ เกิดภาวะขาดน้ำ สัญญาณสำคัญของโรคลมแดด คือ ไม่มีเหงื่อออก ตัวจะร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ กระหายน้ำมาก ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน คลื่นไส้ หายใจเร็ว ... Read More »

โรคสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder : ADHD) เป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่งที่พบได้ในเด็กวัยเรียน มีสาเหตุจากความบกพร่องของสารเคมีในสมองที่ใช้ในการควบคุมสมาธิ มักแสดงอาการในช่วงวัย 4-5 ขวบขึ้นไป อาการสามารถพบได้ทั้งปัญหาการเรียน เช่น ไม่มีสมาธิในการเรียน ทำงานไม่เสร็จ จดการบ้านไม่ทัน หรือปัญหาทางพฤติกรรม เช่น เล่นรุนแรงโลดโผน พูดแทรกผู้ใหญ่บ่อย ๆ หุนหันพันแล่น ทั้งนี้ผู้ใหญ่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่งหรือเป็นเด็กซนตาม วัย ซึ่งเมื่ออาการเหล่านี้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดเป็นปัญหาในหลาย ๆ ด้านต่อมาโดยเฉพาะปัญหาครอบครัวเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งส่งผลต่อการรักษาในระยะยาว โรคสมาธิสั้นคืออะไร • โรคสมาธิสั้น(Attention Deficit Hyperactivity Disorder : ADHD) เป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่งที่พบได้ในเด็กวัยเรียน มีสาเหตุจากความบกพร่องของสารเคมีในสมองที่ใช้ในการควบคุมสมาธิ มักแสดงอาการในช่วงวัย 4-5 ขวบขึ้นไป อาการสามารถพบได้ทั้งปัญหาการเรียน เช่น ไม่มีสมาธิในการเรียน ทำงานไม่เสร็จ จดการบ้านไม่ทัน หรือปัญหาทางพฤติกรรม เช่น เล่นรุนแรงโลดโผน พูดแทรกผู้ใหญ่บ่อย ๆ หุนหันพันแล่น ทั้งนี้ผู้ใหญ่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่งหรือเป็นเด็กซนตาม วัย ซึ่งเมื่ออาการเหล่านี้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดเป็นปัญหาในหลาย ๆ ด้านต่อมาโดยเฉพาะปัญหาครอบครัวเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งส่งผลต่อการรักษาในระยะยาว • โรคสมาธิสั้นไม่ใช่โรคใหม่แต่อย่างใด แต่ในปัจจุบันมีการพูดถึงโรคสมาธิสั้นมากขึ้นเนื่องจาก ... Read More »

กระ ฝ้า

กระ ฝ้า

สาเหตุการเกิดฝ้า เกิดจากกระบวนการสร้างสีของเซลล์เม็ดสี (Melanocyte) ที่ผิดปกติ ทำให้เกิดเป็นรอยสีน้ำตาลบนผิวหนัง ปัจจัยที่ทำให้เกิด คือ รังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV) ที่อยู่ในแสงแดดฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ เมื่อเม็ดสีดำ (Melanin) สะสมมากขึ้นเป็นเวลานาน ทำให้เห็นเป็นแผ่นหรือเป็นวงสีน้ำตาลชัดเจน บริเวณที่มักจะเกิดฝ้ามาก็คือ โหนกแก้ม สันจมูก หน้าผาก กระ  ฝ้า (Melasma) สาเหตุการเกิดฝ้า เกิดจากกระบวนการสร้างสีของเซลล์เม็ดสี (Melanocyte) ที่ผิดปกติ ทำให้เกิดเป็นรอยสีน้ำตาลบนผิวหนัง ปัจจัยที่ทำให้เกิด คือ รังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV) ที่อยู่ในแสงแดดฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ เมื่อเม็ดสีดำ (Melanin) สะสมมากขึ้นเป็นเวลานาน ทำให้เห็นเป็นแผ่นหรือเป็นวงสีน้ำตาลชัดเจน บริเวณที่มักจะเกิดฝ้ามาก็คือ โหนกแก้ม สันจมูก หน้าผาก สาเหตุหนึ่งของการเกิดฝ้า คือ การใช้ยาบางตัวเช่น hormone ยาคุมกำเนิด, พันธุกรรม, สารบางอย่าง สารกระตุ้นการอักเสบความร้อนและแสงแดด การทายาหรือครีมกันแดดไม่สามารถป้องกันได้ 100% จึงอาจเป็นฝ้า กระ รอยเหี่ยวย่นหรือมะเร็งผิวหนังได้ ถ้าต้องอยู่กลางแสงแดดเป็นเวลานานๆ หรือบ่อยๆ โอกาสการเกิดฝ้า ในผู้หญิงจะมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากฮอร์โมนเพศหญิงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เซลล์เม็ดสีทำงานมากผิดปกติ ช่วงตั้งครรภ์หรือช่วงรับประทานยาคุมกำเนิด หรือการรับประทานฮอร์โมนช่วงวัยทอง การรักษาและดูแลฝ้า ... Read More »

ออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ บ่า ไหล่

ออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ บ่า ไหล่

อาการปวดตึงที่คอ บ่า และไหล่ สำหรับหนุ่มสาวที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ จึงมักจะทำให้เกิดอาการ ปวด ตึง บริเวณต้นคอ บ่าและหัวไหล่ บางรายอาจจะมีอาการเกร็งอย่างรุนแรงจนบางครั้งอาจถึงขั้นที่จะหันคอ ก้มหรือว่าเงยไม่ได้ก็มี ส่วนบางรายที่อาการเบาหน่อยก็จะเพียงแค่ปวดคอ บ่า ไหล่ และบริเวณสะบักหลัง หากใครที่มีอาการอย่างหนึ่งอย่างใดนี้ ควรต้องรีบไปทำการบำบัดด้วยการไปนวดคลายกล้ามเนื้อโดยด่วน หากขืนปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาการก็จะยิ่งเป็นหนักขึ้นแล้วการบำบัดรักษาก็ยากขึ้นไปอีก สำหรับใครที่ลองไปนวดดูแล้วยังไม่หายควรจะให้ไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะดีที่สุด ปกตินั้น  กระดูกสันหลังส่วนคอจะมีการเคลื่อนไหวอยู่เกือบตลอดเวลา  ตัวหมอนรองกระดูกสันหลังคอและตัวกระดูกสันหลังคอ  ต้องรับแรงบิด  แรงกด  เนื่องจากการเคลื่อนไหว เมื่ออายุผ่านไปมากขึ้น  ข้อต่อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกสันหลัง จะมีการเสื่อมภายในข้อต่อ ทำให้เกิดภาวะกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม ก่อให้เกิดอาการ ปวดคอ ปวดสะบัก  บางครั้งลามไปที่หลังหู  หรือถ้าเป็นมากขึ้น  หมอนรองกระดูกสันหลังคอที่เสื่อม อาจมีหินปูนหรือกระดูกงอกมาเกาะทำให้กดทับเส้นประสาทไขสันหลังส่วนคอ ทำให้มีอาการปวดไปที่แขนข้างใด ข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง อาจมีอาการชาที่มือหรือแขน หรือมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อมือและแขน ทำให้ยกของหรือหยิบจับอะไรไม่ถนัด ถ้าอาการกดทับเส้นประสาทมากขึ้น  ก็จะกดทับเส้นประสาทไปเลี้ยงขา ทั้ง 2 ข้าง  ทำให้เกิดอาการ เดินลำบาก  เดินเซ  หรือปัสสาวะ  อุจจาระลำบากร่วมด้วยได้ นอกจากนี้  หมอนรองกระดูกสันหลังคอที่เสื่อม อาจกดทับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ทำให้เกิดอาการมึนงง  ... Read More »

ผักผลไม้หลากสี ห่างไกลจากโรคเรื้อรัง

ผักผลไม้หลากสี ห่างไกลจากโรคเรื้อรัง

 “ผักผลไม้หลากสี ห่างไกลจากโรคเรื้อรัง” ปัจจุบันเราจะพบว่า ผู้คนที่อยู่รอบตัวเรา จะเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด และต้อกระจกมากขึ้น ในช่วงอายุที่น้อยลง เพราะวิถีชีวิตของคนเราได้เปลี่ยนแปลงไป เป็นสังคมเมืองที่แวดล้อมไปด้วยสาเหตุที่บั่นทอนสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน มลพิษ การใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ขาดการออกกำลังกาย การพักผ่อนไม่พอ รวมถึงการไม่มีโอกาสคัดเลือกคุณค่าและปริมาณของอาหารที่รับประทานเพื่อดูแล สุขภาพ ล้วนเป็นปัจจัยที่นำโรคเรื้อรังมาสู่ตัวเราได้ตลอดเวลา จากการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ พบว่า สาเหตุดังกล่าว ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ที่ทำให้เซลล์เสื่อม นำไปสู่การแก่ชราหรือความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น แต่ยังโชคดีที่เรามีอาหารในกลุ่มผักและผลไม้หลายชนิดที่อุดมด้วยสารต้าน อนุมูลอิสระเพื่อลดอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงและความรุนแรงโรคเรื้อรังลงได้ จากการศึกษาและผลวิจัยจากแหล่งต่างๆ ในหลายประเทศ เห็นตรงกันว่า พืชจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชเมืองร้อน มีสารอาหารที่สามารถนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพของคนเราได้ โดยภายใต้สีสันอันสวยงามของผักและผลไม้นานาชนิดนั้น มีกลุ่มสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือกลุ่มสารแคโรทีนอยด์ (carotenoids) ซึ่งเป็นเม็ดสีที่เป็นตัวกำหนดสีของพืชนั่นเอง กลุ่มสารเหล่านี้ มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่เป็นต้นเหตุสำคัญของโรคร้าย อย่างโรคมะเร็งและโรคหัวใจซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก ดังนั้นถ้ากินผักและผลไม้ให้หลากหลายและมากพอ เราก็จะได้รับสารอาหารที่หลากหลาย ที่สามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์ และป้องกันไม่ให้เกิดโรคเรื้อรังด้วย สำหรับคนไทย ที่หลายคนไม่ชอบรับประทานผักและผลไม้ หรือชอบรับประทานแต่ไม่มั่นใจในเรื่องคุณค่าของสารอาหารทีจะได้รับ เพราะมีการสูญเสียไประหว่างการปรุงอาหาร รวมถึงความไม่ปลอดภัยจากสารปนเปื้อน ทำให้ในแต่ละวัน อาจไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในการกำจัดอนุมูล อิสระที่เกิดขึ้นตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังได้ง่ายขึ้น นอกจากผักและผลไม้ที่หลากหลายและครบถ้วนแล้ว การได้รับวิตามินที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ก็จะช่วยให้กระบวนการทำงานของร่างกายเป็นไปโดยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ... Read More »

อาหารสำหรับผู้สูงอายุ

อาหารสำหรับผู้สูงอายุ

WHO ให้ความหมายของผู้สูงอายุว่า หมายถึงผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้น   ผู้สูงอายุมีความต้องการพลังงานลดลงจากวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากปริมาณกล้ามเนื้อและมวลกล้ามเนื้อที่ลดลง  การลดลงของมวลกล้ามเนื้ออาจเนื่องมาจากการใช้พลังงานสำหรับการประกอบกิจกรรม ในชีวิตประจำวันและอัตราการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ๆ ลดลง อัตราการเผาผลาญอาหารลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ความต้องการสารอาหารอื่น ๆ รวมทั้งวิตามินและเกลือแร่ไม่ลดลง ยกเว้นความต้องการธาตุเหล็ก   ในการบริโภคอาหารของผู้สูงอายุต้องคำนึงถึงคุณภาพของอาหาร  โดยให้พลังงานลดลง แต่ได้สารอาหารครบถ้วน           สารอาหารโปรตีน  พลังงานที่ควรได้รับจากโปรตีนควรเท่ากับร้อยละ 12-15 ของพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน  หรือบริโภคเนื้อสัตว์วันละไม่ เกิน 180 – 210  กรัม  แหล่งของอาหารโปรตีนที่ผู้สูงอายุควรรับประทานได้แก่  เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาและไก่ที่เลาะหนังออก นม ถั่วต่าง ๆและผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เต้าหู้ น้ำนมถั่วเหลือง  ไข่ เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง เหมาะกับผู้สูงอายุโดยเฉพาะไข่ขาว ซึ่งมีปริมาณไขมันน้อยกว่า ไข่แดง ให้รับประทานสัปดาห์ละ2-3 ฟอง  และพบว่าผู้สูงอายุขาดวิตามินบี12 เนื่องจากผู้สูงอายุไม่รับประทานเนื้อสัตว์เพราะเหนียว เคี้ยวยาก และกลัวการได้รับไขมันกับคอเลสเตอรอลจากเนื้อสัตว์ ควรคำนึงถึงความสามารถในการย่อยอาหารโปรตีนด้วย เนื่องจากเมื่อคนเรามีอายุเพิ่มขึ้น ความสามารถในการย่อยและดูดซึมอาหารโปรตีนกลับลดลง หากรับประทานโปรตีนมากเกินความต้องการของร่างกาย  จะเกิดผลเสียต่อร่างกายโดยจะไปเพิ่มภาระการทำงานของไต  และเนื่องจากในผู้สูงอายุการทำงานของไตจะลดลงมากกว่าร้อยละ 50 เมื่อเปรียบเทียบกับวัยหนุ่มสาว  แต่การขาดโปรตีนในผู้สูงอายุเป็นสาเหตุหนึ่งในการทำให้เกิดบวม ... Read More »

อยากให้สุขภาพดี กินอย่างไร

อยากให้สุขภาพดี กินอย่างไร

ทุกคนอยากมีสุขภาพดี ไร้โรคา แต่ขณะเดียวกันก็อยากกินแบบสบายๆไม่ต้องอั้น และไม่อยากออกกำลังกาย ถ้ายังมีความคิดเช่นนั้นอยู่บอกได้เลยว่าคุณจะมีชีวิดอยู่กับโรคาแน่นอน เบาหวาน โรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็ง แก่ก่อนวัย ทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จะได้มาฟรี ต้องลงทุนลงแรง  แต่เรื่องของสุขภาพดีต้องลงทุนเป็นแรงกายแรงใจ คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่ดี และพยายามใช้แรงกายให้มากขึ้นในชีวิตประจำวันนั่นเอง คนส่วนใหญ่มักจะบอกว่าพูดง่ายทำยาก ก็ยังไม่ทันได้ทำก็บอกว่ายากแล้ว ลองทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าใจร้อน เพราะเรามักจะคุ้นกับพฤติกรรมการกินที่ผิดๆมาจนเคยชิน พอเริ่มเปลี่ยนจะอึดอัด ท่านต้องให้เวลากับตัวเอง การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างอาศัยเวลา สัปดาห์แรกท่านอาจจะรู้สึกว่าอาหารขาดรสชาติไม่ถึงใจท่านแต่ก็ยังพอรับได้ ทำไปเรื่อยๆ ท่านจะรู้สึกว่าทำง่ายขึ้นไปเรื่อยๆ และในที่สุดท่านก็จะเปลี่ยนวิถีการกินที่จะรักษาสุขภาพได้ ท่านจะรู้สึกได้เองว่าสุขภาพดีขึ้น ลองถือโอกาสปรับเปลี่ยนเสียแต่เดี๋ยวนี้ อย่าต่อรอง เริ่มโดยใช้กฏในการกินต่อไปนี้ 1.คุมปริมาณอาหารที่กิน  โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลอรีสูงจากไขมัน น้ำตาล กินในปริมาณน้อยๆ อย่ากินจนอิ่มแปร้ เพราะนั่นหมายถึงคุณกำลังสะสมพลังงานส่วนเกินให้กับตัวเอง 2.เลือกกินอาหารให้หลากหลายชนิด  อาหารแต่ละชนิดมีสารอาหารต่างกันหรือถ้ามีสารอาหารเหมือนกันก็จะมีปริมาณ ต่างกัน  ฉะนั้นการกินให้หลากหลายชนิดไม่เลือกที่รักมักที่ชัง  จะทำให้เราได้สารอาหารหลากหลายอย่างทั่วถึง   นอกจากนี้ยังเป็นวิธีการลดสารพิษต่างๆที่ร่างการจะได้รับ เช่นจากยาฆ่าแมลงที่ใช้ในการปลูกผักซึ่งอาจจะสะสมไว้มากในพืชผักบางชนิด 3.เน้นอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ถั่วและธัญพืชไม่ขัดสี  ซึ่งจัดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ดี มี สารอาหารสูงแต่พลังงานต่ำ  เราควรกินใยอาหารให้ได้วันละ 20-35 กรัม(กินอย่างไรดูข้อต่อไป) จะช่วยให้อาหารคาร์โบไฮเดรตถูกดูดซึมช้าลง  ร่างกายใช้อินซูลินน้อยลงอย่างมีประสิทธิภาพเป็นการรักษาระดับน้ำตาลใน เลือดให้ปกติ ... Read More »

ประโยชน์ของการดื่มชาที่คุณอาจยังไม่รู้

ประโยชน์ของการดื่มชาที่คุณอาจยังไม่รู้

หากคุณกำลังมองหาเครื่องดื่มที่สามารถช่วยให้สุขภาพร่างกายของคุณแข็งแรงขึ้น อยู่ล่ะก็ วันนี้จะขอแนะนำให้คุณดื่มที่หาทานได้ง่าย แต่อุดมไปด้วยประโยชน์อย่าง “น้ำชา” ทว่าคุณอาจสงสัยใช่ไหมว่าน้ำชานั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเราอย่างไรบ้าง ถ้างั้นไปดูกันเลยดีกว่าครับ 1. ช่วยลดระดับความเครียด ดื่มชาและชาดำเพียว ๆ เป็นประจำสามารถช่วยลดระดับความเครียดในร่างกายของคุณได้ โดยจะช่วยลดระดับฮอร์โมนในร่างกายของคุณเอง ซึ่งหากท่านเป็นผู้ที่ชื่นชอบการดื่มชาเขียวเพียงอย่างเดียวก็ไม่ต้องกังวล ไป เพราะชาเขียวนั้นขึ้นชื่อเรื่องการเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความสงบนิ่ง ทั้งร่างกายและจิตใจให้คุณมากยิ่งขึ้น และยังช่วยลดอาการหงุดหงิดในเวลาเผชิญเหตุการณ์ชวนให้เครียดได้เป็นอย่างดี 2. ควบคุมความดันโลหิต การที่คุณดื่มชาเป็นประจำในทุก ๆ วัน มีส่วนช่วยลดอัตราเสี่ยงอาการเจ็บป่วยจากโรคความดันโลหิตสูงและปัญหาโรคหลอด เลือดที่พบเห็นได้บ่อยในเด็กและเยาวชนในสมัยนี้ โดยชาเขียวและชาอู่หลงนั้นจะเป็นที่ขึ้นชื่อและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สำหรับสรรพคุณในการช่วยป้องกันเรื่องของโรคความดันโลหิตมากที่สุด 3. ป้องกันโรคกระดูก ชานั้นเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ในฐานะที่มีส่วนเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกระดูกเป็นอย่างดี เพราะการดื่มน้ำชานั้นสามารถช่วยเพิ่มความหนาแน่นให้กับมวลกระดูกของคุณได้ นอกจากนี้ยังป้องกันโรคกระดูกพรุนและโรคทางกระดูกอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นมาได้อีกด้วย ถ้าหากว่าคุณดื่มชาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง 4. ป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจ ผู้ที่ชอบดื่มชาคงยิ้มได้เลยสำหรับสรรพคุณในข้อนี้ เพราะชาที่ดื่มเข้าไปจะช่วยในการทำความสะอาดเส้นเลือดแดง โดยช่วยขจัดเส้นเลือดที่อุดตันที่อาจนำพาสารพัดโรคมาสู่ร่างกาย และเมื่อดื่มเป็นประจำสามารถช่วยบำรุงสุขภาพของหัวใจคุณได้เป็นอย่างดี 5. ลดสภาวะการสูญเสียน้ำในร่างกาย อันเนื่องจากร่างกายของเรานั้นมีส่วนประกอบจากน้ำเป็นหลัก ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรดื่มน้ำมาก ๆ ในแต่ละวัน ซึ่งเชื่อกันว่าหากได้ดื่มน้ำชา 3 ถ้วยต่อวัน จะสามารถช่วยป้องกันการเกิดสภาวะการสูญเสียน้ำในร่างกายของคุณได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 6. ป้องกันการเกิดฟันผุ ชานั้นอุดมไปด้วยสารฟลูออไรด์ (Fluoride) ที่เป็นสิ่งสำคัญในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันตรายที่เป็นสาเหตุให้ฟันของคุณผุ ได้ สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำชายังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคเหงือกในช่อง ปากของคุณได้ด้วยเช่นกัน 7. ... Read More »